ค้นหา
ดู: 2747|ตอบ: 3
go

วัดราชสิทธาราม

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2011-6-22 20:47 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
วันนี้ได้ไปวัดราชสิทธารามมาครับเลยขอนำประวัติของวัดมาเล่าให้ฟัง


วัดราชสิทธาราม เดิม ชื่อ วัดพลับซึ่งเป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด เดิมตัววัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของผังวัดปัจจุบัน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชทรงอาราธนาพระอาจารย์สุก วัดท่าหอย จากพระนครศรีอยุธยา มาจำพรรษา ณ กรุงเทพศรีทราวดี พระอาจารย์สุกได้ขอพระบรมราชานุญาต ว่า ขออยู่ ณ วัดที่เป็นอรัญวาสี(วัดป่า) คือวัดพลับ ล้นเกล้ารัชกาลที่๑ จึงทรงโปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ โดยรวมกับวัดพลับเดิม แล้วสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ฝ่ายวิปัสสนาธุระคู่กับวัดรัชฎาธิษฐาน ซึ่งเป็นสำนักกรรมฐานฝั่งธนบุรี [ส่วนฝั่งพระนครมี วัดสระเกศ และ วัดราชาธิวาส เป็นวัดฝ่ายวิปัสสนาธุระ] ต่อมาพระอาจารย์ สุก ได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่๔ วัดราชสิทธารามจึงเป็นวัดที่สำคัญอีกที่หนึ่ง และอยู่มาตราบเท่าทุกวันนี้
พระ อุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรม ทรงดั้งเดิม แบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ ๒ ชนิดก่ออิฐถือปูน หลังคาลด ๒ ชั้น หน้าบันทั้ง ๒ ด้าน เป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณด้านข้างเป็นลายขนด มีเสาพาไลรับหลังคารอบพระอุโบสถ มีทางเข้าด้านละ ๒ ประตู รวม ๔ ประตู ส่วนหน้าต่างมีด้านละ ๗ บาน ลายรอบกรอบประตูและหน้าต่างเป็นปูนปั้นลายดอกไม้แบบ เทศผสม ประตูและหน้าต่างเป็นไม้โบราณปิดทองประดับกระจก ด้านข้างพระอุโบสถมีกุฏิวิปัสสนาล้อมรายอยู จำนวน ๒๔ หลัง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ทั้ง ๔ มุม มีเจดีย์ทรงเหลี่ยมแบบย่อมุมไม้สิบสอง ตอนล่างทำเป็นกุฏิวิปัสสนา รอบพระอุโบสถ มีตุ๊กตาจีนอีกด้วย ปัจจุบันชำรุดเสียส่วนมาก
จิตรกรรมฝาผนัง เป็นสถาปัตยกรรมอันนับว่าเป็นระดับชั้นบรมครู เป็นภาพวาดที่สวยงามมากซึ่งเขียนโดยช่างยุครัตนโกสินทร์ ด้านขวาพระประธาน เป็นเรื่องพระเวสสันดรชาดก และเทวดาชุมนุม ด้านซ้าย เป็นเรื่องพระพุทธประวัติ และเทวดาชุมนุม หนังหุ้มกลองหน้าพระประธาน เป็นภาพพระแม่ธรณีบีบมวยผม-พระพุทธเจ้าชนะมาร หนังหุ้มกลองด้านหลัง เป็นภาพไตรภูมิ บานประตูและหน้าต่างด้านใน เป็นรูปทวารบาล *ด้านนอกมีภาพพยุหยาตราทางสถลมารค และ ทางชลมารค ปัจจุบัน ชำรุดและเลือนลางมากด้วยความชื้นทำให้เรือนและกะเทาะออกมา*(ปัจจุบันไม่มี เหลืออยู่แล้ว)
พระประธาน เป็นแบบปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตัก กว้าง๕ ศอก ๒นิ้ว สูงจรดพระรัศมี๖ ศอก ๑ คืบ โดยเล่ากันว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๒ ทรงปั้นพระเศียร ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๓ ทรงปั้นองค์ พระราชทานพระนามว่า "พระพุทธจุฬารักษ์" ด้านหน้ามีพระอัครสาวกทั้งสอง และพระอานนท์ ประดิษฐานตรงกลาง ซึ่งทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนฐานชุกชี
พระ เจดีย์คู่ทรงสังวาล เป็นพระเจดีย์แบบลังกา ทรงระฆังคว่ำ ปูนปั้นเป็นสังวาลห้อยลงมาจากบัลลังค์ มีฐานเป็นบัวลูกแก้ว แล้วจึงเป็นมาลัยลูกแก้ว ๓ ชั้น ต่ำสุดจึงป็นฐานบัว ล้อมด้วยเจดีย์บริวาร ๔ องค์ เจดีย์ทรงเครื่อง ด้านขวาพระอุโบสถมีนามว่า พระสิราศนเจดีย์ด้านซ้ายนามว่าสิรจุมภฏเจดีย์
พระวิหาร เดิมวิหารนี้สร้างพร้อมกับพระอุโบสถ เรียกว่า"วิหารแดง" ด้วยแต่ก่อนมีเจดีย์ทาสีฝุ่นสีแดงล้อมรอบอยู่ ต่อมาวิหารได้ชำรุดทรุดโทรมมาก ทางวัดจึงสร้างใหม่และทุบเจดีย์ทั้งหมดให้เหลือเพียง ๒ องค์ วิหารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีมุขหน้าหลังหลังลด ๓ ชั้น มีคันทวยรับหลังคา ประตูมุขละ ๒ บาน หน้าต่างด้านละ ๕ บาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัยพระนามว่า "พระพุทธสิทธมงคล" ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนิน และทรงเททองหล่อองค์พระด้วย ส่วนพระวิหารทำพิธีเปิด โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(ปุ่น ปุณฺณสิริ)
ศาลาการเปรียญ เป็นแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่๓ ก่ออิฐถือปูน ด้านในประดิษฐานธรรมาสน์บุษบก ๒ ฝั่ง
พระตำหนักเก๋งจีนและตำหนักจันทน์ เคยเป็นที่ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๓ และ ๔ ทรงประทับ เมื่อยามทรงผนวช



ผนังด้านหน้าพระประธาน ปัจจุบันกำลังบูรณะใกล้เสร็จสมบูรณ์ฝั่งซ้ายมือเสร็จแล้ว ด้านขวากำลังจะเสร็จ จากนั้นก็จะดำเนินการทุกผนังจนสมบูรณ์




หน้ากาลบริเวณผนังสกัดหน้าพระประธานที่เขียนภาพมารผจญ ยักษ์ไม่ดุเท่าวัดใหญ่เทพนิมิตร แต่ยังดูมีกำลังมากกว่าวัดดุสิต


ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2011-6-22 20:51 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

ตำนานธารพระกร ของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) วัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร
พระครูสิทธิสังวร (วีระ ) รวบรวม เรียบเรียง

     

      ตำนานธารพระกร ของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) สืบทอดมาแต่องค์ต้น กรรมฐานมัชฌิมา แบบลำดับ
ฝ่ายเถรวาทซึ่งถือตามคติที่พระอรหันต์พุทธสาวก ที่ได้วางหลักพระธรรมวินัย และธรรมปฏิบัติเป็นแบบแผนไว้ เมื่อครั้ง
ปฐมสังคายนา และนับถือแพร่หลายในประเทศ ไทย พม่า ลังกา ลาว และกัมพูชา คือพระราหุลเถรเจ้า

     นับเป็นบริโภคเจดีย์ ของสำคัญทางพระพุทธศาสนา ฝ่ายหินยาน แบบเถรวาทที่สืบทอดผ่านยุค ผ่านสมัย มาหลาย
ยุคตั้งแต่ยุดพุทธกาล มาลังกาทวีป มายุคศรีทวารวดีมาสู่ยุค สุโขทัย ยุคอยุธยา และมาถึงยุครัตนโกสินทร์

     ข้าพเจ้าเห็นว่าถ้าไม่พิมพ์ตำนาน ไม้ธารพระกร ไผ่ยอดตาลออกไป คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา
ก็จะเสื่อมศูนย์ไป และหายไปจากความทรงจำในที่สุด

ตำนานธารพระกรของสมเด็จพระสังฆราช (สุกไก่เถื่อน) สืบทอดมาจากพระราหุลเถรเจ้า องค์ต้นกรรมฐานมัชฌิมา
แบบลำดับ แบบหินยานฝ่ายเถรวาท
อ่านต่อที่ลิ้งค์

http://www.somdechsuk.org/download/cane_pra_rahun.pdf



ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2011-6-22 20:54 |แสดงโพสต์ทั้งหมด

ตำนานพระฤาษี


                                            

ภาพปู่พระฤาษีปัญจะโภคทรัพย์        ภาพยันต์พระฤาษีโภคทรัพย์ ๕ พระองค์                         ภาพพระฤาษีตาไฟ
     ในสมัยอดีตกาล พระเจ้าจักรพรรดิทัลหเนมิ เมื่อจักรแก้วอันเป็นทิพย์ถอยเคลื่อนไป พระองค์จึงทรงผนวชเป็นฤาษี
พร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก เมื่อผนวชแล้วมีพระนามว่า พระราชฤาษีจักรพรรดิ ทัลหเนมิ พระราชฤาษีจักรพรรดิ
เคยฟังธรรมของ พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมาเมื่อผนวชเป็นราชฤาษีแล้ว ทรงสำเร็จอานาคามิมรรค อานาคามิผล
เมื่อสิ้นชีพแล้ว อุบัติอยู่ในสุธาวาสพรหมโลก
     พระราชโอรสองค์ใหญ่ ของพระเจ้าจักรพรรดิทัลหเนมิ อำมาตย์ และมหาอำมาตย์ ทรงถือเพศเป็นฤาษี ขณะ
พระราชา ประพฤติจักกวัตติวัตร และคณะอำมาตย์ ประพฤติธรรมเป็นประโยชน์ในปัจจุบัน และประโยชน์ในภายหน้า
พระราชา และคณะอำมาตย์ทั้ง ๔ ประพฤติธรรมได้ ๓ วัน สรีระที่เคยทรวดทรงดี ก็กลับกลายเป็น สรีระที่อ้วนพี สมลักษณะ
เจ้าแห่งโภคทรัพย์ พระราชโอรสองค์ใหญ่ ของพระเจ้าจักรพรรดิทัลหเนมิ เป็นพระฤาษี นามว่า พระฤาษีธรรมราชาบดี
อำมาตย์ทั้ง ๔ แปลงเพศเป็นฤาษี มีนามดังนี้ อำมาตย์คลังทอง มีนามว่า พระฤาษีคลังทอง อำมาตย์คลังแก้วแหวน
แปลงเพศเป็นฤาษีนามว่า พระฤาษีคลังแก้วแหวน(พระฤาษีโภคทรัพย์) อำมาตย์คลังธัญญาหาร แปลงเพศเป็นฤาษี
นามว่า พระฤาษีธัญญาหาร(พระฤาษีโภสพ) อำมาตย์คลังสินค้า แปลงเพศเป็นฤาษีนามว่า พระฤาษีคฤหบดีฤาษี
ทั้ง ๕ ตนได้ฟังธรรมจาก พระราชฤาษีจักรพรรดิทัลหเนมิ

     พระฤาษีทั้ง ๕ เป็นที่นับถือของคนทั่วไป ผู้คนทั้งหลายไปฟังธรรมจากพระฤาษีทั้ง ๕ ตนนี้ทุกวัน ๑๕ ค่ำในจักก-
วัตติวัตรธรรม ธรรมที่เป็นประโยชน์ในปัจจจุบัน ธรรมที่เป็นประโยชน์ในภายหน้า ธรรมที่ทำให้ทรัพย์ไหลเข้าธรรมที่
ทำให้ทรัพย์ไหลออก เหตุแห่งความเสื่อม เหตุแห่งความเจริญ บุคคลทั้งหลายได้ฟังธรรมจากพระฤาษีทั้ง ๕ ตนแล้ว ย่อมมี
แต่ความเจริญ ในกาลภายหลังพระฤาษีทั้ง ๕ ตน ได้สำเร็จอานาคามิมรรค อานาคามิผล...อ่านต่อ


ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

admin โพสต์เมื่อ 2011-6-22 20:55 |แสดงโพสต์ทั้งหมด






(ให้ว่า นะโม ๓ จบ)
พุทธังชีวิตตัง ยาวะ นิพพานัง สะระณังคัจฉามิ
อิติปิโสภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะ
โต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ
อุอากะสะ อากะสะอุ กะสะอุอา สะอุอากะ สะกะอาอุ
นะชาลีติ นะชาลีเต หังชาลีติ พะลิราชา ปิยังมะมะ อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ เอหิมา มา
นะ โมพุท ธา ยะ


ช่วงนี้ไม่ว่าง แต่จิตว่าง ว่าง ว่าง
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน
รหัสลับ เปลี่ยน